Search
  Pictorial (5)
  Thai Society (41)
  Event News (26)
  TAT News (5)
  KOTRA News (1)
  KTO News (1)
  News in News (52)
  MICE (1)
  Hotel News (6)
  Embassy (0)

      [이코노믹 칼럼] 태국인이 보는 한국인
 
  [이코노믹 칼럼] 태국인이 보는 한국인  
     
   
 


한국인, 태국인 상반되는 서로에 대한 평가

태국 투자청 통계에 의하면 2013년도 태국은 1,224건 4,789.3억 바트의 외국 투자를 유치 승인하였는데 2012년 투자 건수 1,357건에 비해 133건 (9.8%)이 감소하였으며 투자 금액은 2012년 5,489.5억 바트에 비해 12.7% 줄어들었다. 100% 전액 외국 투자는 이 중 49%에 해당하는 2,352.6억 바트로 나타났다.

한국은 2011년 70억 바트, 2012년 39.9억 바트를 투자했는데 2013년에는 46건 36.3억 바트를 투자해 외국 투자 중에선 10위를 기록했다.

그런데 한국인 투자자들이 태국에 투자 진출할 때 가장 어려워 하는 것 중에 하나가 태국인 근로자와의 관계이다. 한국식 인간관계가 태국인과는 잘 통하지 않는다는 것이다.  문화가 다르고 가치관과 인간관계 설정이 다르기 때문이다.  

구체적으로 태국인들은 한국인들을 어떻게 보고 있을까.

2011년 1월 한태상공회의소에서 발간한 `태국 노동법과 노무관리’ 내용 중엔 한국인이 관리자로 있는 19개 회사의 태국인 근로자 133명을 대상으로 설문조사를 한 결과가 나온다. 


태국인 근로자가 보는 한국인 관리자의 장점

 -열심히 일한다.

 -시간 약속을 잘 지킨다.

 -일 처리와 의사결정이 빠르다.

 -목표의식이 있다.

 -계획성이 있고 책임감이 강하다.

이는 아마도 다른 나라 관리자와 비교해서 하는 말일 것인데 태국인은 이런 한국인 관리자를 좋아하고 존경한다는 의미로 해석하면 무리가 없을 것이다.

그런데 한국인이 보는 태국인 근로자에 대한 느낌은 그 반대로 나타났다.

 -열심히 하지 않는다.

 -시간 약속을 잘 지키지 않는다.

 -의사결정이나 판단이 느리다.

 -목표 의식이 부족하다.

 -책임감이 부족하다.

서로의 기준이 다르겠지만 각각 이렇게 반대로 느끼고 있다는 것이다.


인간관계는 서로 존중하고 있는 그대로 받아들이는 것

같은 설문조사에서 태국인 근로자들은 한국인 관리자들에게 대한 장점과 함께 단점을 지적하기도 했다.  한국인의 단점은 이렇다.

 -성격이 급하고 너무 서두른다.

 -자기 주장과 고집이 강하다.

 -기분에 좌우하거나 지시사항이 자주 바뀐다.

 -태국인을 비하하거나 직원한테 무례하고 편파적일 때가 있다.

 -큰 소리로 얘기한다.

한국인의 근성과 특성은 사실 위와 같다.  하지만 이런 특성이 태국인에게는 부정적인 이미지로 나타난 것이다.  실적에 매달리다 보면 조급해 지기도 하고 태국인 동료들에게 업무를 독촉한다.  이렇게 시키면 안되니 저렇게 시켜보기도 한다. 그래도 안되면 화가 나고 상대방에게 심한 말을 할 수도 있다. 이런 것들이 한국인들 사이에서는 큰 문제가 안되는 데 태국인들에게는 자존심이 상하는 일이 될 수도 있다.

태국인을 잘 모르고 자기 업무에 몰입한 한국인들이 태국인 동료나 근로자들을 그렇게 대할 수도 있지만 태국인 근로자들이 지적하는 한국인 관리자의 단점은 태국적 관점에서 봤을 때는 대체로 보편 타당성이 있어 보인다.

업무 성과는 motivation 과 communication 이 가장 중요하다. 그런데 태국 근로근로자가 볼 때 한국인 관리자들은 우선 대화에 어려움이 있다. 태국어를 잘하고 못하고의 문제가 아니라 태국인의 특성에 맞게 대화해주는 방법을 잘 모르고 있다는 것이다. 태국인은 이런 한국인의 입장을 이해하려는 노력이 필요하다.

한국인들은 태국에 부임하면서 사전에 충분한 시간적인 여유를 가지고 태국인에 대해 연구하고 태국인과 인간관계를 잘 설정하는 방법을 배워야 한다.

그러나 한국인 특성인 ‘빨리빨리’ 때문에 그럴 마음의 여유가 없을 때가 많다. 태국에 와서 태국인과 일하면서 몇 년은 지나서야 태국인을 이해하고 관계설정에 대한 방법을 깨닫는다. 태국 근로자들이 보는 한국인 관리자의 장단점, 그리고 희망하는 개선사항을 깊이 검토해 보면 태국인과 한국인이 어떻게 서로 협력하고 관계를 잘 맺을 수 있을까에 대한 방법이 나올 것이다. 

인간관계는 서로 존중하고 상대방을 있는 그대로 받아주는 것이 우선이다.

상대 나라의 역사와 문화적인 배경과 근성을 이해해 인내하고 서로 능력에 맞는 일을 하면서 동료관계를 유지한다면 성공적인 결과를 가져올 수 있다고 확신한다. 


The BRIDGES Columnist 박동빈

서강대를 졸업하고 미국 CP  Overseas 한국 및 홍콩지사에 근무했다. 현재 무역회사인 POHIT Corp 대표 및 UMASS Co., Ltd 태국 지사장으로 재직 중이며  한태상공회의소  부회장,  OKTA  태국지회  부회장,  Korea  ASEAN  Business Network 태국지역회장을 맡고 있다. 15년 간 태국에 상주한 경험을 바탕으로 한태 상공인에게 태국 실물경제 정보를 제공하는 봉사활동을 펼치고 있다.


คนเกาหลีในสายตาคนไทย

 

ผลการประเมินที่แสดงถึงความขัดแย้งระหว่างคนเกาหลีกับคนไทย

    สถิติของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนรายงานว่า ในปี 2556 ประเทศไทยสามารถดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติทั้งหมด 1,224 ราย รวมเป็นเงิน 478,930ล้านบาท หรือลดลง 133 ราย (9.8%) เมื่อเทียบกับปี 2555ที่ทำสถิติไว้ที่ 1,357 ราย ส่วนเงินลงทุนลดลง 12.7% จาก 548,950ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินลงทุนจากต่างชาติแบบ 100% มูลค่า 235,260ล้านบาท คิดเป็น 49% ของเงินลงทุนทั้งหมด

    ในปี 2554 บริษัทจากเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในไทย 7,000ล้านบาท ปี 2555 ลงทุน 3,990ล้านบาท และในปี 2556 ลงทุน 3,630ล้านบาท (46ราย) เป็นอันดับ 10ของการลงทุนจากต่างชาติ

    หนึ่งในปัจจัยที่ยากที่สุดเมื่อนักลงทุนเกาหลีคิดจะเข้ามาลงทุนในไทยก็คือ ความสัมพันธ์กับพนักงานคนไทย เพราะคนไทยไม่เข้าใจมนุษยสัมพันธ์แบบเกาหลี อันเนื่องมาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ประกอบกับค่านิยมและรูปแบบของการปฏิสัมพันธ์ก็ต่างกัน


แล้วคนไทยมองคนเกาหลีอย่างไร

    ในหนังสือ “กฎหมายแรงงานและการจัดการแรงงานไทย” ที่หอการค้าเกาหลี-ไทย นำมาตีพิมพ์ในเดือนมกราคม 2554 มีผลการสำรวจคนไทย 133 คนที่ทำงานอยู่กับบริษัทที่คนเกาหลีเป็นผู้บริหาร 19 แห่ง พบว่า

    จุดดีของผู้บริหารเกาหลีในสายตาพนักงานไทยคือ

- ขยันขันแข็ง

- รักษาเวลา

- จัดการงานและตัดสินใจเรื่องต่างๆ อย่างรวดเร็ว

- มีการวางเป้าหมาย

- มีการวางแผนและมีความรับผิดชอบ

    ผลที่ได้นี้น่าจะเกิดจากการเปรียบเทียบระหว่างผู้บริหารชาวเกาหลีและผู้บริหารชาติอื่น ซึ่งอาจวิเคราะห์ได้ว่าคนไทยชอบและนับถือผู้บริหารชาวเกาหลี ถึงตรงนี้ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา แต่ทว่าเมื่อพิจารณาจากมุมมองที่ผู้บริหารเกาหลีมีต่อพนักงานคนไทยแล้วกลับตรงกันข้าม คือ

- ไม่ตั้งใจทำงาน

- ไม่รักษาเวลา

- ตัดสินใจล่าช้า 

- ไม่มีจุดมุ่งหมาย

- ขาดความรับผิดชอบ

    แม้ว่ามาตรฐานของแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่ก็สรุปได้ว่าต่างฝ่ายต่างก็มองกันคนละมุม


สัมพันธภาพคือการยอมรับและให้เกียรติอย่างที่อีกฝ่ายเป็น

    ในแบบสำรวจเดียวกันนั้นยังให้พนักงานคนไทยพูดถึงข้อเสียของผู้บริหารเกาหลีด้วย โดยพบว่าผู้บริหารเกาหลีนั้น

- ใจร้อนและเร่งรีบเกินไป

- หัวดื้อและยึดถือความคิดของตัวเองเป็นหลัก

- อารมณ์ปรวนแปร เปลี่ยนคำสั่งบ่อย ๆ 

- บางครั้งก็ดูถูกคนไทย ไม่รักษามารยาทกับพนักงานหรือลำเอียง

- ชอบพูดเสียงดัง

    ที่จริงลักษณะที่ว่ามานี้เป็นลักษณะพิเศษที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของคนเกาหลี แต่กลับกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในสายตาของคนไทย เพราะบางครั้งผู้บริหารต้องการสร้างผลงานแล้วมาเร่งเอากับเพื่อนร่วมงานหรือพนักงานคนไทย พอสั่งอย่างนี้ไม่ได้ก็ลองสั่งอย่างโน้น ถ้ายังไม่ได้อีกก็อาจจะโมโหและพูดคำแรงๆ ออกมา ซึ่งเรื่องแบบนี้สำหรับคนเกาหลีแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่สำหรับคนไทยแล้ว มันอาจเป็นเรื่องที่ทำให้เสียศักดิ์ศรี

    คนเกาหลีที่ไม่ได้ทำความเข้าใจถึงลักษณะของคนไทยอาจมีพฤติกรรมแบบนั้นกับเพื่อนร่วมงานหรือพนักงานคนไทย และแม้ข้อเสียดังกล่าวจะเป็นมุมมองแบบไทยๆ แต่ก็มีความเป็นสากลอยู่เช่นกัน

    Motivation (แรงจูงใจ) และ Communication (การสื่อสาร) มีความสำคัญต่อความสำเร็จของงานที่สุด แต่พนักงานไทยกลับประสบกับความยากลำบากในการสื่อสารกับผู้บริหารเกาหลี ปัญหาด้านการสื่อสารนี้ไม่ได้หมายถึงการพูดไทยได้หรือไม่ได้ แต่หมายถึงการที่ผู้บริหารเกาหลีไม่รู้จักวิธีพูดที่เหมาะกับคนไทย ฉะนั้นพนักงานคนไทยจึงต้องพยายามทำความเข้าใจคนเกาหลีในจุดนี้

    ส่วนคนเกาหลี เมื่อรู้ว่าจะได้มาทำงานในไทย ก่อนที่จะมาปฏิบัติงานก็ควรศึกษาลักษณะนิสัยคนไทยรวมทั้งวิธีสร้างมนุษยสัมพันธ์กับคนไทยให้ดี แต่ด้วยนิสัยที่ชอบอะไร “เร็วๆ” ของคนเกาหลี ทำให้หลายคนมองข้าม แล้วกว่าจะเข้าใจคนไทยและรู้จักวิธีสร้างความสัมพันธ์กับคนไทยก็ต้องทำงานที่เมืองไทยหลายปี

    ถ้าพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียของผู้บริหารเกาหลีในสายตาคนไทยและข้อควรปรับปรุงโดยละเอียดแล้วจะรู้เองว่า ทำอย่างไรจึงจะสร้างความสัมพันธ์กับคนไทยได้ และทำอย่างไรคนไทยกับคนเกาหลีจึงจะร่วมมือกันได้ดี

    หลักในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีนั้น เราต้องเริ่มจากการยอมรับและให้เกียรติอีกฝ่ายอย่างที่อีกฝ่ายเป็น ถ้าสามารถทำความเข้าใจประวัติศาสตร์และพื้นหลังทางวัฒนธรรมของแต่ละฝ่าย ต่างฝ่ายต่างทำงานที่เหมาะสมกับความสามารถ มีความอดทนและรักษาความสัมพันธ์ฉันเพื่อนร่วมงานเอาไว้ ก็จะสามารถสร้างผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน 


The BRIDGES Columnist พัคดงบิน / David Bak

จบจำกมหำวิทยำลัย Sogang เคยทำงานที่ America CP Overseas and Hong Kong Branch ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธำนหอกำรค้ำเกำหลี-ไทย รองประธำน OKTA (Overseas Korean Traders Association) สำขำกรุงเทพฯ และเป็นประธำน Korea ASEAN Business Network ในประเทศไทย พัคดงบินอำศัยอยู่ที่ประเทศไทย 15 ปีแล้ว