Search
  Pictorial (5)
  Thai Society (19)
  Event News (22)
  TAT News (5)
  KOTRA News (0)
  KTO News (1)
  News in News (51)
  MICE (1)
  Hotel News (5)
  Embassy (0)

      태국인의 동질성과 다양성에 대해
 
  태국인의 동질성과 다양성에 대해  
     
   
 

 

한국인은 ‘동질성’과 ‘혈통’ 혹은 한민족이라는 것에 자부심을 가지며, 다른 민족과 섞이는 것을 반기지 않는다. 반면에 태국인은 다양성을 쉽게 받아드린다. 다양한 민족과 문화가 모여 하나의 사회를 이루고 있기 때문이다. 태국은 역사적으로 이민과 전쟁, 교역 등을 통해 다양한 민족이 모였다. 태국 사회는 태국 땅에 있는 모든 민족과 문화를 인정했다.

태국인은 주로 황인족이나 몽골인으로 이루어져 있다. 이들은 태국의 비옥한 강을 따라 정착했다. 짜오프라야 강의 가운데 유역에 있는 태국인들은 표준어를 쓰며, '순수 태국인'이라고 불린다. 북부지역의 ‘삥’ ‘왕’ ‘욤’ 그리고 ‘난’ 혹은 ‘란나’라고 불리는 지역에도 태국인이 거주한다. 메콩 강 유역 등 동부 고원 지대에는 이산 족이 거주하고 있다. 이들은 '란샹'이라는 고유의 문화를 갖고 있다. 남부 지역 사람들은 주로 말레이 이주민들로 숲을 따라 거주한다. 말레이어를 사용하는 이슬람 신도들은 빠따니 주 등 태국 최남단에 산다. 

태국인들은 새로운 이주민들을 사회에 받아들였다. 다른 나라의 전쟁 피난민 일부도 태국에 정착했다. 이들은 주로 작은 마을을 이뤄 모여 살았다. 중부지역의 카렌족, 타이 쏭담족, 라오 푸언족, 몬족, 동북지역의 라오푸타이족, 라오쏭족, 까릉족, 여족, 쒀이족, 카매족 꾸이족, 북부지역의 카무족, 몽족, 야오족, 무쓰족 타이야이족, 남부지역의 차우레족 그리고 싸까이족 등이 그런 사례다.

중국인들은 오래 전부터 동남아시아 지역에서 무역을 해왔다. 특히 라따나꼬신 시대 초반에는 중국 남부 지역의 심각한 기근과 정치적 혼란을 피해 많은 중국인들이 태국으로 이주했다. 이 중국인들은 이주 초기에는 공사장의 인부 일을 많이 맡았다. 태국인 상당수는 농업에 종사했기 때문에 공사 인력이 부족했다. 중국인들은 이후 무역에도 손을 뻗었으며 아랍인, 유럽인들과도 교역을 했다. 이들의 후손인 화교들은 현재 주로 수도 방콕에 거주하고 있다. 

제국주의 시대에는 영국인들이 인도, 파키스탄, 방글라데시 등지의 식민지 주민들을 태국에 데리고 왔다. 인도인 등은 태국에 뿌리를 내린 후 상업 등에 많이 종사했다. 인도차이나 전쟁 이후로는 100만 명에 넘는 피난민이 태국으로 피난해 정착했다. 이 모든 역사적 과정을 통해 태국에는 수많은 민족이 공존하면서 다양한 문화를 이루게 됐다. 



The BRIDGES Columnist 담롱 탄디 박사

1947년 생. 런던대에서 아시아 인류학을 연구한 뒤 하와이대에서 정치학 박사를 받았다. 1991년부터 2011년까지 람캄행대학 교수 및 한국학센터 초대 소장을 지냈다. 한국과 관련 총 33권의 단행권을 발간했으며, 100여 편의 논문을 발표해 태국학자 중에선 한국학의 최고 권위자로 인정받고 있다.



เอกพันธุ์กับความหลากหลาย
(Homogeneity vs. Diversity)


    คนเกาหลีเชื่อในเรื่อง เอกพันธุ์ และสายเลือดบริสุทธิ์ หรือการเป็นชนชาติพันธุ์เดียว ไม่มีสายเลือดอื่นเข้าไปปะปนในสังคมของตน ในขณะที่คนไทยยอมรับว่าเป็นสังคมที่มีความหลากหลาย กล่าวคือ กลุ่มคนที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมมาอาศัยอยู่รวมกันบนแหลมทองด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ การอพยพโยกย้าย สงคราม และเศรษฐกิจ เมื่อเวลาผ่านไป มีการตั้งรัฐไทยขึ้น (เรียกว่า รัฐ-ชาติ โดยการขีดเส้นกั้นอาณาเขตเป็นประเทศ) จึงได้รวมเอาผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณแห่งนี้เข้าด้วยกัน เป็นสังคมไทยที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

    ผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีผิวสีเหลืองหรือมองโกลอยด์อาศัยอยู่ตามลุ่มน้ำต่างๆ ในแหลมทองของไทย และแต่ละกลุ่มได้สร้างอาณาจักรของตนเองขึ้น ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างเป็นที่อยู่อาศัยของคนไทยที่มีภาษาโดดเด่นของ “ไทยภาคกลาง” จึงได้รับสมญาว่าเป็นคนไทยแท้ ทางตอนเหนือมีคนไทยยวนอาศัยอยู่ตามลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน หรือที่เรียกว่าล้านนา ในขณะที่ที่ราบสูงฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง และลุ่มน้ำชี-มูล เป็นที่อาศัยของคนภาคอีสานที่มีวัฒนธรรมล้านช้าง ส่วนทางภาคใต้ใช้ภาษาพูด “ไทยภาคใต้” โดยเป็นกลุ่มมาเลย์พื้นเมืองที่อพยพลงไปอาศัยอยู่ตามด้ามขวานของไทย และชาวมุสลิมที่พูดภาษามาเลย์อาศัยอยู่ในพื้นที่ของเมืองปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียงในบริเวณใต้สุดของประเทศ

    ต่อมาชาวพื้นเมืองเหล่านี้ได้ต้อนรับผู้อพยพจากต่างถิ่นเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมด้วย อีกส่วนหนึ่งเป็นการกวาดต้อนเข้ามาภายหลังที่ได้รับชัยชนะจากสงคราม การเข้ามาของคนเหล่านี้มักจะอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านของตนเองเป็นหย่อมๆ ล้อมรอบด้วยผู้คนที่อาศัยอยู่ดั้งเดิม ดังตัวอย่างเช่น กะเหรี่ยง ไทยทรงดำ ลาวพวน และมอญในภาคกลาง ลาวภูไท ลาวโซ่ง กะเลิง ญ้อ ส่วย ขะแมร์ และกุยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขมุ ม้ง เย้า มูเซอ และไทยใหญ่ในภาคเหนือ ชาวเลและซาไกในภาคใต้ เป็นต้น

    คนจีนเดินทางติดต่อค้าขายกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานนับแต่อดีตกาล ต่อมาได้พากันอพยพหนีทุพภิกขภัยที่เกิดขึ้นทางตอนใต้ของจีน รวมทั้งหนีภัยอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากขึ้นในตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ แรกเริ่มพวกเขาเข้ามาทำงานเป็นกรรมกร รับจ้างก่อสร้างและบริการของรัฐและเอกชน ทั้งนี้เพราะชาวไทยพื้นเมืองในยุคนั้นส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงไม่มีแรงงานเหลือพอที่จะออกไปทำงานนอกภาคเกษตรกรรม ต่อมา ชาวจีนอพยพหันไปประกอบอาชีพเป็นคนกลางรับซื้อขายสินค้า และเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมร่วมกับชาวยุโรป อาหรับ และเปอร์เซียที่เข้ามาทำธุรกรรมในประเทศไทย คนจีนและลูกหลานที่เกิดในประเทศไทยหรือ คนไทยเชื้อสายจีน มักอาศัยอยู่ในเมืองหลวงและตามเมืองต่างๆ

    คนอังกฤษเข้ามามีอิทธิพลเหนือชมพูทวีปในยุคอาณานิคม และได้นำคนอินเดีย ปากีสถาน และบังคลาเทศเข้ามาอาศัยและประกอบอาชีพในเมืองไทย คนเหล่านี้ค่อยๆ แทรกซึมและอพยพเข้ามาประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรมมากขึ้น คนอินเดียอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่เช่นกัน ส่วนสงครามอินโดจีนได้ผลักดันให้ประชากรของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาลี้ภัยตามบริเวณชายแดนนับล้านคน

    จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยประกอบด้วยคนหลายชาติพันธุ์ โดยคนส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในบริเวณภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และมุสลิมในภาคใต้และภาคกลาง อยู่ร่วมกับชนชาติพันธุ์ย่อยมาเป็นเวลานาน จึงกล่าวได้ว่า ไทยเป็นชาติที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งรวมกันเป็นประเทศไทยบนแหลมทองรูปขวานแห่งนี้