Search
  Cover Story (2)
  News in News (34)
  K-Contents (0)
  K-Food Story (3)
  K-Festival (5)
  Fashion (0)

      วัฒนธรรมเกาหลี Hybrid
 
  วัฒนธรรมเกาหลี Hybrid  
     
   
 
ตอนที่ผมนึกจะเขียนเรื่องวัฒนธรรมเกาหลีในแง่ของความผสมผสานกลมกลืน  มันก็แปลกดีที่ผมนึกวัดเส้าหลินและซามูไรทุกครั้งที่นึกถึงโคเรียนเวฟ 
วัดเส้าหลินและซามูไร  คือสองคำที่เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่น  สองอย่างนี้ทำให้ภาพยนตร์และละครหลายเรื่องเกิดขึ้น  เรียกได้ว่าเป็น  “มดลูกทางวัฒนธรรม” ของสองประเทศก็ว่าได้ ในประวัติศาสตร์เคยมีช่วงหนึ่งที่แค่ใช้คำว่า “วัดเส้าหลิน” หรือ “ซามูไร” ก็ทำให้ภาพยนตร์หรือละครเรื่องนั้นประสบความสำเร็จได้   ภาพยนตร์ฮ่องกงที่เคยเป็นผู้นำของวงการภาพยนตร์ในยุค 80  ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับเส้าหลินและกังฟู  ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ดังไปทั่วโลกก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับซามูไร   แต่ว่าเรื่องดีก็กลายเป็นเรื่องร้ายได้  มดลูกกลายเป็นหลุมพราง  เรื่องที่ผลิตมาจากมดลูกเดียวกัน  เคยเป็นเรื่องที่ดูง่าย แต่สุดท้ายกลายเป็นกับดักที่เหล่าฝูงสัตว์เจอเพียงสามครั้งก็รู้แล้วว่า ... แบบนี้แหละคือกับดัก   เหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่มีแต่เรื่องราวเกี่ยวกับตะวันตก
ในวัฒนธรรมป็อบของประเทศเกาหลีจะไม่มีอะไรที่เรียกว่าเป็นมดลูกของวัฒนธรรมได้   เราอาจเสียดายที่ไม่มีวัดเส้าหลิน ไม่มีซามูไร   แต่เรื่องที่อาจร้ายก็กลายเป็นดี   วัดเส้าหลินและซามูไรทำให้มีขอบเขต   แต่เกาหลีไม่มีขอบเขต  ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่สังเกตละครเกาหลีอย่างละเอียด  พูดว่าละครเกาหลีเป็น hybrid  มีทั้งตะวันออกและตะวันตกผสมกัน  มีค่าของวัฒนธรรมโบราณและค่าของวัฒนธรรมอนาคตผสมกันอยู่  ในนั้นมีความสำคัญของระเบียบวินัย   มีเรื่องราวระบบของครอบครัว  มีความรักระหว่างพี่น้อง เป็นต้น  
ละครอาจคล้ายลัทธิที่แสดงถึงความรักของขงจื้อ  แต่ยังมีความคิดใหม่ของหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่ไม่ลืมความเป็นตัวของตัวเองในโลกที่วุ่นวายนี้  ประเทศจีนเป็นเจ้าของลัทธิขงจื้อ   แต่ไม่มีวัฒนธรรมขงจื้อแล้วหลังจากมีการปฏิรูปวัฒนธรรม  เพราะหนึ่งครอบครัวมีลูกได้แค่หนึ่งคน วัฒนธรรมในครอบครัวก็หายไป   เหตุผลที่ละครเกาหลีเรื่อง “What is love” และเรื่อง “เห็นแล้วอยากเห็นอีก” ซึ่งเป็น family  drama  ประสบความสำเร็จมากเพราะในนั้นมีความเป็นตะวันออกอยู่  ถึงแม้ว่าจะเป็นเอเชียตะวันออกด้วยกันก็ตามที  มันทำให้ผู้ชมวัยกลางคนชอบละครเกาหลี   ละครญี่ปุ่นอาจไม่มีความรู้สึกหรือความลึกซึ้ง   มีเรื่องราวค่อนข้างแห้งแล้ง เพราะมีแต่ความจริงผสมกับความลึกลับ   ด้านละครเกาหลีมีความเป็นตะวันตกด้วย  เพราะตัวละครมีลักษณะเฉพาะชัดเจน  story flow เกิดขึ้นรวดเร็ว   นักแสดงแสดงความรู้สึกอย่างแรงกล้าและตรงไปตรงมา  มุมมองการถ่ายภาพสวยงาม และมีไดนามิก   มีความเป็นเกาหลีชัดเจน    แม้แต่ความรักในละครเกิดขึ้นตามโชคชะตา   หลายๆ ครั้งมักมีรักสามเส้า   ในนั้นมีทั้งความดีและความชั่วร้าย  พระเอกนางเอกไม่ลังเลที่จะเสียสละทุกอย่างของตนเพื่อความรัก มีความยากลำบากของชีวิต  คนที่มีความฝันที่ใครๆ ก็อยากไขว่คว้า   ความลับของการเกิด   เรื่องราวและข้อเท็จจริงที่ทำให้ทั้งชีวิตเปลี่ยนแปลง   โรคร้ายแรงที่รักษาไม่ได้ทำให้ผู้ชมคอยลุ้นและติดตาม ถ้าให้สรุปว่าละครเกาหลีเป็นอย่างไร   ผมพูดได้ว่าเป็น “บิบิมบับ “ครับ
การผสมผสาน หรือ hybrid คือทฤษฎีในการดำรงอยู่ในระบบโลกปัจจุบันนี้  กีฬาต่อสู้ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในคือ UFC ( Ultimate Fighting Championship ) และ F-ONE นั้นคือกีฬา hybrid ที่มีมวย, มวยปล้ำ, คาราเต้, เทควันโด, จือจีซึง และคิกบ็อกซิ่ง   เกเซนุมะคือชื่อของสุนัขปาฎิหารย์ที่สามารถมีชีวิตรอดได้จากใจกลางทะเลในซึนามิ  ทำให้ชาวญี่ปุ่นมีความหวัง   พวกเขาพูดกันว่าที่เกิดสิ่งนี้ขึ้นได้ก็เพราะพวกเขาเป็นประเทศที่อดทน
ไทเกอร์ วู้ดก็มีหลายเชื้อชาติ บิดาเป็นนิโกรผสมโคเคเชียนและอเมริกัน-อินเดียน   มารดาเป็นชาวจีนผสมมาเลย์  พูดได้ว่าเขามีหลายเชื้อชาติในโลกนี้
Korean Wave ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุโรปก็เหมือนกัน   มันน่าจะเป็นงานชิ้นเอกของหนุ่มสาวเกาหลีที่หน้าตาดีและมีความสามารถ   พวกเขามาเจอกับผู้ออกแบบท่าเต้นและนักแต่งเพลงของยุโรป   ที่ผมพูดถึงการกลายพันธุ์ไม่ได้หมายความว่าไม่ควรมีพันธุ์แท้ เพราะถ้าไม่มีพันธุ์แท้   การกลายพันธุ์ก็มีไม่ได้เหมือนกัน
เส้นทาง hybrid ไม่ได้มีในวัฒนธรรมอย่างเดียว   แต่ทั้งการเมือง, เศรษฐกิจ, วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ในทุกเรื่องมีการผสมผสานทั้งนั้น  มีการกลายพันธุ์   มีการผสมผสานกันอยู่   ครัชท์เคยพูดว่า “ความเป็นไปของที่แห่งนั้นคือความเป็น global ให้มากที่สุด” พร้อมกับคำพูดที่ผมจะพูดว่า “อะไรที่เป็นที่นิยมของโลกมากที่สุด  นั่นก็คือ global มากที่สุด”
*************************************