Search
  Cover Story (2)
  News in News (34)
  K-Contents (0)
  K-Food Story (3)
  K-Festival (5)
  Fashion (0)

      องค์การสหประชาชาติกับเป้าหมายของการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ
 
  องค์การสหประชาชาติกับเป้าหมายของการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ  
     
   
 

ในที่ประชุมใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ ครั้งที่ 17 เมื่อเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 2015 สมาชิกจำนวน 193 ชาติได้ลงมติครั้งประวัติศาสตร์สนับสนุนทางด้านการเงินจำนวน 400 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิด “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (Agenda for Sustainable evelopment) ขึ้นในปี ค.ศ. 2030 หรืออีก 15 ปีต่อจากนี้ไป โดยเน้นให้เกิดธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินการพัฒนาตามแบบประชาธิปไตยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด การทำงานที่เป็นไปตามกฎหมาย เน้นการเคารพในสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมกันทางเพศ

ก่อนที่จะมีการผ่านมตินี้ ได้มีคณะทำงานหลากหลายคณะที่จัดประชุมกลุ่มย่อยขึ้นตามที่ต่างๆ เพื่อร่างกรอบเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษนี้ และแต่ละกลุ่มก็ได้ระดมความคิด ควบคู่ไปกับการแสวงหาเงินทุนเพื่อใช้ในการดำเนินการ เช่น ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 มีการประชุมกันที่นครแอดดิส อบาบา ประเทศเอธิโอเปีย ให้แนวทางการดำเนินการบังเกิดผลที่เป็นรูปธรรม ทำให้สถาบันการเงิน เช่น กลุ่มธนาคารโลก ธนาคารแห่งแอฟริกา ธนาคารแห่งเอเชีย ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เป็นอาทิ ได้เสนอแผนการสนับสนุนทางการเงินให้กับองค์การสหประชาชาติเพื่อดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาดังกล่าว

ประธานาธิบดีปัก กึนเฮ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมัชชาองค์การสหประชาติเมื่อวันที่ 26 กันยายน ว่า รัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลีจะให้การสนับสนุนทุกทางเพื่อให้โครงการนี้บรรลุผล และได้เสนอแนวทางการพัฒนาด้วย “ขบวนการพัฒนาหมู่บ้านใหม่” (Saemaul Undong) ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เกาหลีใต้ได้นำไปใช้ในการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง กลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกาหลีใต้สามารถพัฒนาจากการเป็นประเทศที่ยากจนข้นแค้นสุดกลายมาเป็นประเทศมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น (ร่ำรวย) ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งศตวรรษเท่านั้น

ประธานาธิบดีปัก ได้หารือร่วมกันเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และประธานกลุ่มธนาคารโลกว่า หลักการของขบวนการแซมาอึล อุนดงที่เน้นความขยัน การช่วยเหลือตัวเอง และความร่วมมือกันอย่างดีในชุมชน เป็นการสร้างพลังให้แก่คนในชนบทนำศักยภาพมาร่วมกันขจัดความยากจนและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชุมชนขึ้น อันเป็นแรงหนุนให้ทั้งประเทศก้าวหน้าไปได้ หลักการดังกล่าวจึงเป็น “แนวทางการพัฒนาใหม่ในการพัฒนาชนบท” (New Rural Development Paradigm) ที่จะสามารถขจัดความยากจนในประเทศกำลังพัฒนาให้หมดไป และก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้น เพื่อให้บรรลุผลตามเป้าหมายของการพัฒนาที่องค์การสหประชาชาติประสงค์ที่จะให้เกิดขึ้น

ขบวนการแซมาอึน อุนดงเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1972 เมื่ออดีตประธานาธิบดีปัก จุงฮีได้ผลักดันให้ประเทศเกาหลีใต้ทำการพัฒนาชนบทด้วยการกระตุ้นให้ผู้คนยากไร้ตามหมู่ชนบทให้หันมาร่วมมือร่วมใจสร้างชุมชนของตนให้ทันสมัย ด้วยการเปลี่ยนทัศนะว่า เราสามารถสร้างชีวิตใหม่ได้ด้วยพลังสองมือสองเท้าของตน รัฐบาลยุคนั้นได้สนับสนุนให้ผู้คนทำงานหนัก เพื่อผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ชัด และก้าวไกลไปดังที่ฝัน ทำให้คนเกาหลีสามารถลืมตาอ้าปากได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ครอบครัวและสังคมอย่างรวดเร็ว

แม้ว่า ขบวนการแซมาอึล อุนดงได้ปิดตัวลงในเกาหลีเมื่อปี 1990 เพราะการดำเนินงานการพัฒนาชนบทของประเทศได้บรรลุผลตามเป้าหมายแล้ว แต่ประสบการณ์และสปิริตของขบวนการนั้นยังเป็นพลังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาในประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปแอฟริกา เอเชีย และลาตินอเมริกาจนถึงทุกวันนี้ อนึ่ง มหาวิทยาลัยเยียงนำ (Yeungnam university) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นโดยประธานาธิบดีปัก จุงฮี ได้ตั้งวิทยาลัย Park Chung Hee School of Policy and Saemaul ในปี ค.ศ. 2011 โดยได้นำหลักการและประสบการณ์มาจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นปริญญาโท และรับนักศึกษานานาชาติเข้าเรียนถึง 258 คน ใน 5 สาขา ได้แก่ Saemaul Undong and Community Development, International Development Cooperation, Public Policy and Leadership, Forest Resources and Ecological Restoration, and Environmental Management and Policy นักศึกษาต่างชาติทุกคนจะได้รับทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร ในขณะที่สถาบันความร่วมมือการพัฒนานานาชาติ (Institute for International Development Cooperation) ของมหาวิทยาลัยได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อทำงานร่วมมืออย่างใกล้ชิดกันวิทยาลัยดังกล่าวในการให้การศึกษาและฝึกอบรมผู้นำจากประเทศกำลังพัฒนาในด้านการพัฒนาชนบท นอกจากนี้ ยังทำโครงการการพัฒนาร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานการพัฒนาในหลายประเทศ เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียน ทันซาเนีย ยูกานดา เนปาล จีน โคลัมเบีย เป็นต้น ดังนั้น วิทยาลัยและสถาบันแห่งนี้คงจะมีกิจกรรมอีกมากมายเมื่อองค์การสหประชาชาติได้รับมติดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหัสวรรษ

credit โดย

ดร. ดำรงค์ ฐานดี

รองศาสตราจารย์ ดร. ดำรงค์ ฐานดี
เกิดปี 1947 ผู้อำนวยการศูนย์เกาหลีศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
จบการศึกษา สาขามานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยลอนดอน
ปริญญาเอกสาขารัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาย เคยเป็นอาจารย์
ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย(1988-1990) และผู้บรรยายพิเศษ
ในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง นอกจากนี้ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลี
ศึกษาและเขียนหนังสือเกี่ยวกับสังคมบนคาบสมุทรเกาหลีมากกว่า 30 เล่ม
และเขียนบทความกว่า 100 บทความ นับเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านเกาหลีศึกษาอันดับหนึ่งของไทย